วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2564

เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า หวิดฟาดปากแข้งเยอรมันหลายหนจนสปิริตพัง

เซซ่าร์ อัซปิลิกวยต้า หวิดฟาดปากแข้งเยอรมันหลายหนจนสปิริตพัง ก่อน "แลมพ์ส" โดนเด้งเมื่อต้นสัปดาห์


 เรื่องราวสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ ได้รับการเปิดเผยจาก เดลี่ เมล หลังจาก แลมพาร์ด กองกลางระดับตำนานที่รับบทกุนซือแห่งถิ่น เดอะ บริดจ์ ถูก "เสี่ยหมี" 

โรมัน อบราโมวิช เจ้าของทีมชาวรัสเซีย สั่งตะเพิดออกจากเก้าอี้เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จากผลงานที่รั้งถึงอันดับ 9 บนตารางพรีเมียร์ลีกของ เชลซี และตามหลังจ่าฝูง แมนฯ ยูไนเต็ด ถึง 11 แต้ม ทั้งๆ ที่สโมสรลงทุนเสริมทัพให้ถึง 230 ล้านปอนด์ (ราว 9,200 ล้านบาท) เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา 

     รายงานชี้ว่า ปัญหาหนึ่งของ แลมพาร์ด คือการไม่สามารถหลอมรวมความเป็นหนึ่งในทีม เชลซี ได้ และไม่สามารถหาผู้เล่น 11 ตัวจริงของตัวเองสำหรับการใช้งานอย่างสม่ำเสมอในฐานะแก่นของทีม 

หลังจากมีสมาชิกใหม่ทั้ง ติโม แวร์เนอร์, ไค ฮาแวร์ทซ์, เบน ชิลเวลล์, เอดูอาร์ เมนดี้ และ ติอาโก้ ซิลวา ขณะที่แข้งเก่าที่ว่ากันว่าไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีมของ "แลมพ์ส" ก็ยังอยู่ อาทิ รือดิเกอร์, มาร์กอส อลอนโซ่ และ จอร์จินโญ่ 

 ทั้งนี้ เดลี่ เมล ระบุว่า รือดิเกอร์, อลอนโซ่ และ จอร์จินโญ่ ได้สร้างปัญหาปวดหัวให้ แลมพาร์ด ก่อนจะโดนเด้ง โดยเฉพาะ รือดิเกอร์ ปราการหลังดีกรีทีมชาติเยอรมนีที่หลุดไปเป็นเซ็นเตอร์แบ็กตัวเลือกอันดับห้าในทีม ซึ่งภายหลังจากที่ไม่สามารถปล่อยออกจากทีม ทำให้ "แลมพ์ส" จำเป็นต้องทนให้เขาวนเวียนอยู่ในแค้มป์ต่อไป ทั้งที่ไม่ต้องการ 

โดย แลมพาร์ด ตัดสินใจหั่นชื่อดาวเตะจากเมืองเบียร์ออกจากทัพใหญ่บ่อยครั้ง และเลือกใช้งานแข้งใหม่จอมเก๋าอย่าง ซิลวา และดาวรุ่งอย่าง ควร์ท ซูม่า แทน สร้างความไม่พอใจให้ รือดิเกอร์ ที่ออกอาการฮึดฮัดจนมีปากเสียงกับกัปตันทีมอย่าง อัซปิลิกวยต้า เป็นประจำที่ศูนย์ซ้อม ค็อบแฮม 

 สำหรับ อัซปิลิกวยต้า ในฐานะผู้นำทีม พยายามเข้าไประงับความตึงเครียดระดับเขม็งเกลียวระหว่างนักเตะรุ่นพี่ที่มักออกอาการมณ์เสียใส่เพื่อนๆ และโดยเฉพาะกับรุ่นน้องในอะคาเดมี่ ซึ่งที่ผ่านมา เป็นที่ชัดเจนว่า นโยบายของ แลมพาร์ด คือการให้ความสำคัญกับนักเตะลูกหม้อสโมสร กระทั่งหลายคนรวมถึง รือดิเกอร์ มองว่า เป็นการ "โอ๋" อย่างออกนอกหน้า ในขณะที่พวกตนเองต้องต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งตัวจริงอย่างหนักหน่วง 




วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2564

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำสถิติสุดยอด ยูเวนตุสทุบนาโปลี

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำสถิติสุดยอด ยูเวนตุสทุบนาโปลี หลังล่าสุดทำเพิ่มหนึ่งตุงในเกม ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า


 คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กองหน้าซูเปอร์สตาร์ชาวโปรตุกีสของ ยูเวนตุส ก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นที่ทำประตูในระดับสโมสรและทีมชาติรวมกันมากสุดตลอดกาลเรียบร้อย ที่จำนวน 760 ประตู หลังทำหนึ่งตุงช่วยทัพ "ม้าลาย" เอาชนะ นาโปลี 2-0 คว้าแชมป์ ซูเปอร์โคปปา อิตาเลียน่า 2020 มาครอง เมื่อวันพุธที่ 20 มกราคม ที่ผ่านมา

            โดยเกมนี้ "ม้าลาย" เจ้าของแชมป์สคูเด็ตโต้เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา ต้องพบกับ "อัซซูร์ร่า" นาโปลี เจ้าของแชมป์ โคปปา อิตาเลีย เมื่อฤดุกาลที่แล้ว ซึ่งพวกเขาเอาชนะจุดโทษ ยูเวนตุส 4-2 มาได้ในรอบชิงชนะเลิศ ทว่าเกมนี้ ลูกทีมของ อันเดรีย ปีร์โล่ มาล้างแค้นคืนได้สำเร็จเมื่อไล่ถลุงเอาชนะไปได้ 2-0 จากสองประตูของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในนาทีที่ 64 ก่อนที่ อัลบาโร่ โมราต้า จะมายิงปิดท้ายในช่วงทดเวลาเจ็บ ทำให้ ยูเวนตุส คว้าแชมป์ซูเปอร์คัพ อิตาเลี่ยน เพิ่มขึ้นเป็นสมัยที่ 9

           ซึ่งประตูของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในเกมนี้ทำให้เจ้าตัวเพิ่มสถิติสุดยอดในหน้าประวัติศาสตร์โลกลูกหนังอีกครั้ง เดิมที โรนัลโด้ ครองอันดับหนึ่งร่วมกับ โยเซฟ บิชาน ตำนานดาวยิงชาวออสเตรียน-เช็ก ที่จำนวน 759 ประตู แต่ประตูจากเกมล่าสุดทำให้ อดีตดาวเตะ เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด วัย 35 ปี ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งแต่เพียงผู้เดียว โดยแบ่งเป็นการยิงระดับสโมสร 658 ประตู และทีมชาติโปรตุเกส 102 ประตู (นับเฉพาะทีมชาติชุดใหญ่) จากการลงเล่นรวม 1,042 นัด 




วันเสาร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2564

แฟร้งค์ แลมพาร์ด โวเชลซีสมควรชนะฟูแล่มแล้ว

แฟร้งค์ แลมพาร์ด  โวเชลซีสมควรชนะฟูแล่มแล้ว หลังบุกเชือด ฟูแล่ม 1-0 ขณะที่ เมสัน เมาท์ ฮีโร่ผู้ทำประตูชัย ระบุนี่คือแมตช์ที่ทีมต้องการชัยชนะเป็นอย่างมาก 


แฟร้งค์ แลมพาร์ด ผู้จัดการทีม เชลซี เชื่อว่า ทีมตนคู่ควรแล้วกับชัยชนะ หลังจากที่ทัพ "สิงห์บลูส์" บุกไปพิชิต ฟูแล่ม 1-0 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันเสาร์ที่ 16 มกราคม ที่ผ่านมา

     เกมนี้ ฟูแล่ม มาเหลือผู้เล่น 10 คน ในนาทีที่ 44 หลังจากที่ แอนโทนี่ โรบินสัน ได้รับใบแดง จากการเข้าหนักใส่ เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า ก่อนที่ เชลซี จะมาได้ประตูชัยจาก เมสัน เมาท์ นาทีที่ 78 ซึ่งชัยชนะนัดนี้ทำให้ "สิงห์บลูส์" ขึ้นมารั้งอันดับเจ็ด ในตารางคะแนน พรีเมียร์ลีก โดยมี 29 แต้ม จากการลงแข่ง 18 นัด ห่างจากโซนท็อปโฟร์ 3 แต้ม และตามหลัง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง ที่ลงเตะน้อยกว่า 1 นัด 7 แต้ม 

     "ผมรู้สึกว่า เราออกสตาร์ทเกมได้ดี เราครองเกมได้เป็นส่วนใหญ่ แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยในการดวลกับทีมที่เหลือผู้เล่นสิบคน อย่างไรก็ตาม ผมว่าคืนนี้เราได้ในสิ่งที่เราสมควรได้รับแล้ว" กุนซือเลือดผู้ดีวัย 42 ปี เปิดใจหลังเกม  

     ด้าน เมาท์ ยอมรับว่า นี่คือเกมที่ เชลซี ต้องการชัยชนะเป็นอย่างมาก หลังจากที่่ไร้ชัยในลีกมา 3 นัดติด "เราทุกคนต่างรู้ดีว่า เราจำเป็นต้องชนะเกมนี้ ด้วยคุณภาพที่้เรามี เราจำเป็นต้องชนะ พวกเขาใส่ผู้เล่นแดนหลังถึงห้าคน ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งเราจำเป็นต้องเล่นด้วยความอดทน แต่เราก็ทำได้ดี และตอนนี้พร้อมสำหรับเกมต่อไป (เยือน เลสเตอร์ ซิตี้ วันอังคารที่ 19 มกราคมนี้)"





วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2564

โชเซ่ มูรินโญ่ โดนแฟนบอล มารีน ป่วน

โชเซ่ มูรินโญ่  โดนแฟนบอล มารีน ป่วน ในเกมที่ สปอร์ส บุกทุบ มารีน คาบ้าน 5-0 เกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 10 มกราคมที่ผ่านมา 








โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีม "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ โดนทีเด็ดของแฟนบอลสาวสโมสรมารีน ทีมลีกระดับ 8 ประเทศอังกฤษ ยั่วประสาทด้วยการเขียนป้ายขอร้องให้ช่วยขอเบอร์โทรศัพท์ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือลิเวอร์พูล ให้เธอหน่อย

     สำหรับเกมนี้ต้องแข่งแบบสนามปิดห้ามแฟนบอลเข้าไปชมเกม แต่ก็มีแฟนบอลบางคนโชคดีเพราะสนามแข่งติดกับสวนหลังบ้านของหลายๆ คน ทำให้พวกเขาได้มีโอกาสชมเกมนี้ฟรีๆ แบบติดขอบสนาม ส่วนพวกที่ไม่ค่อยมีโชค ก็ต้องนั่งชมเกมสดๆ ผ่านการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์

 อย่างไรก็ตามแมตช์นี้มีเรื่องน่าชวนหัว เพราะในครึ่งหลังขณะที่กล้องถ่ายทอดสดของ "บีบีซี" ค่อยๆ จับภาพไปที่สวนของบ้านหลังหนึ่ง และได้เห็นป้ายข้อความที่แฟนบอลพยายามที่จะติดต่อ มูรินโญ่ ให้ช่วยเป็นพ่อสื่อเพื่อให้เธอสมหวังกับความรักที่มีต่อ คล็อปป์

     ข้อความบนป้ายดังกล่าวซึ่งน่าจะเป็นของหญิงสาว ระบุว่า "สวัสดีคะ โชเซ่ เนื่องจากสถานการณ์ในตอนนี้มันยากจะคาดเดาได้จริงๆ ฉันยังโสดแต่อยู่ในโหมดเปิดใจ คุณพอจะมีเบอร์โทรของ เจอร์เก้น (คล็อปป์) ไหม ?"

  ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าสาวกทีมมารีน แต่ละคนช่างรังสรรค์หาเรื่องชวนหัวให้กับแฟนบอลทั่วโลกได้ครื้นเครง โดยก่อนหน้านี้ก็มีแฟนบอลของพวกเขานำป้ายภาพขนาดเท่าตัวจริง คล็อปป์ มาวางบริเวณข้างสนาม เพื่อทำให้ดูเหมือนว่า นายใหญ่" หงส์แดง" มาซุ่มดูฟอร์ม "ไก่เดือยทอง"




วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2564

สโต๊ค ซิตี้ เปิดบ้านพบ เลสเตอร์ ซิตี้

สโต๊ค ซิตี้ เปิดบ้านพบ เลสเตอร์ ซิตี้ ในศึกฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 3 วันเสาร์ที่ 9 ม.ค.


สโต๊ค ซิตี้ สภาพทีมเกมนี้ โอนีลล์ ส่อชวดใช้งานสตีเว่น เฟล็ทเชอร์ กองหน้าตัวเก๋าที่เจ็บเพิ่มมาจากเกมล่าสุด ส่วน มอร์แกน ฟ็อกซ์, ลี เกรกอรี่ และ ไทเรส แคมป์เบลล์ เดี้ยงอยู่ก่อนแล้ว

    การจัดทัพก็อาจมีการปรับบ้าง เพื่อเปิดโอกาสให้แข้งสำรองบางรายอย่าง แดนนี่ แบ็ตธ์, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ทาแชน โอ๊คลี่ย์-บูธ, แซม คลูคาส, จอช ไทมอน, เจค็อบ บราวน์ และ แซม โว้กส์ ได้ออกสตาร์ท

เลสเตอร์ ซิตี้   ความพร้อมล่าสุด "บีร็อด" ไม่มีปัญหาอะไรรบกวนเพิ่มเติม แต่เชื่อว่าน่าจะมีการปรับทีมแบบกระจุยกระจาย เพื่อเปิดโอกาสให้บรรดาแข้งสำรองได้ลงมาเคาะสนิมบ้าง

    นำโดย ซากลาร์ โซยุนชู, เวส มอร์แกน, น็อมปาลิส เมนดี้, แดเนี่ยล อมาร์ตีย์, อโยเซ่ เปเรซ, เดนนิส ปราต, เซนกิซ อุนเดอร์ และ เคเลชี่ อิเฮียนาโช่  





วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2563

เลวานดอฟสกี้ รับเคยสนย้ายซบ แมนยู

 โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ดาวยิงคนดังของ บาเยิร์น มิวนิค สโมสรยักษ์ใหญ่แห่งเวที บุนเดสลีกา เยอรมัน เปิดเผยว่าตนเคยอยากย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ ปี 2012

    ดาวเตะชาวโปแลนด์แจ้งเกิดได้ตอนอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ หลังจากทำประตูได้เป็นกอบเป็นกำถึง 3 จาก 4 ฤดูกาลที่อยู่กับที่นั่น ซึ่งช่วงนั้นเขาก็ตกเป็นข่าวกับ แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่เรื่อยๆ ด้วย แต่สุดท้ายก็ไม่มีการย้ายทีมเกิดขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น ในปี 2014 และเล่นให้ "เสือใต้" มาจนถึงทุกวันนี้

    "หลังจากผมอยู่กับ ดอร์ทมุนด์ มาได้ 2 ปี ผมก็ได้คุยกับ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เขาอยากให้ผมย้ายไปเล่นที่ แมนเชสเตอร์ ซึ่งตอนนั้นผมก็สนใจที่จะย้ายไปเล่นกับที่นั่นมากๆ ผมถึงขั้นตอบไปด้วยซ้ำว่าผมพร้อมที่จะย้ายทีม แต่ ดอร์ทมุนด์ ไม่อยากปล่อยผม แต่มันก็ไม่ได้ถึงขั้นทำให้ผมหัวเสียมากมายอะไรหรอกนะ เพราะผมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับ โบรุสเซีย" แข้งวัย 32 ปี ระบุ



ติดตามข่าวเพิ่มเติม >> http://maligue1.com/ | http://gpfgoyang.com/

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2563

"คาวานี่" พร้อมคัมแบ็ก!แมนยูยิงเยอะลุ้นขึ้นที่2 "แรชฟอร์ด" ประจำการโป้งลีดส์

 เอดิสัน คาวานี่ หายเจ็บพร้อมกลับมาช่วยทีม ขณะที่  มาร์คัส แรชฟอร์ด พร้อมลงล่าสกอร์ต่อเกม "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับ "ยูงทอง" ลีดส์ ยูไนเต็ด หากทัพผีแดงคว้าชัยแถมยิงคู่ต่อกรได้เยอะและผลคู่อื่นๆ เป็นใจก็มีสิทธิ์ทะยานขึ้นไปรั้งรองจ่าฝูงเช่นกัน ลุ้นระทึกได้ในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค. ศกนี้ ถ่ายทอดสด : True Premier Football HD 1 (เวลา : 23.30 น.)

แมนฯ ยูไนเต็ด : 

    โอเล่ กุนนาร์ โซลชา พาทัพ "ปีศาจแดง" เก็บ 13 แต้มจาก 5 เกมล่าสุดโดยเกมเมื่อกลางสัปดาห์พวกเขายกพลบุกชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 3-2 ทำสถิติชนะนอกบ้าน 6 นัดติดต่อกันในฤดูกาลนี้และยิงอย่างน้อย 2 ประตูอีกต่างหากด้วย

    สภาพทีมในเกมนี้ โซลชา ไม่มีนักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติม โดย เอดิสัน คาวานี่ กองหน้าจอมเก๋าชาวอุรุกวัยหายเจ็บกล้ามเนื้อแล้วพร้อมที่จะคัมแบ็กนัดนี้ด้วย 

รวมไปถึง ดาบิด เด เคอา, เฟร็ด, สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ และ ลุค ชอว์ ที่ไม่ได้เป็นตัวจริงในเกมกับ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ก็น่าจะคัมแบ็กกลับสู่ทีมเช่นกัน

    ด้านแข้งตัวหลักๆไม่ว่าจะเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส เพลย์เมกเกอร์คนสำคัญ มาร์คัส แรชฟอร์ด ตัวรุกความเร็วสูง รวมไปถึง ดาบิด เด เคอา, ปอล ป็อกบา, แอรอน วาน-บิสซาก้า, วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ, แฮร์รี่ แม็คไกวร์ และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ก็พร้อมลงช่วยทีมในเกมนี้

    คาดว่าจะมาในระบบ 4-3-1-2 โดยมี ดาบิด เด เคอา หลังจากที่เกมที่แล้วเป็น ดีน เฮนเดอร์สัน ที่ได้ออกสตาร์ท จะกลับมายืนเฝ้าเสาอีกครั้ง 

    คู่เซ็นเตอร์ใช้ วิคเตอร์ ลินเดอลอฟ กับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ แบ็กซ้ายเป็น ลุค ชอว์ ที่จะได้กลับมาลงสนามอีกคั้ง แบ็กขวาเป็น แอรอน แวน-บิสซาก้า เช่นเดิม  แดนกลางใช้ ปอล ป็อกบา, เฟร็ด และ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ตัวรุกเป็น บรูโน่ แฟร์นันด์ส ส่วนหอกคู่เป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด จับคู่กับ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล

ลีดส์ ยูไนเต็ด : 

    มาร์เซโล่ บิเอลซ่า กุนซือจอมอินดี้ พา "ยูงทอง" โชว์ฟอร์มเยี่ยมในนัดล่าสุดด้วยการถล่ม นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 5-2 เมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา

    สภาพทีมในเกมนี้ บิเอลซ่า ก็เช่นเดียวกันไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บเพิ่มเติม ดังนั้นคาดว่า น่าจะใช้ผู้เล่นชุดเดิมต่อไปอีกนัด โดยนักเตะที่ยังคงบาดเจ็บ และลงสนามไม่ได้ก็คือ ดีเอโก้ ยอเรนเต้, เกตาโน่ แบราร์ดี้, อดัม ฟอร์ชอว์ และ โรบิน ค็อช เช่นเดิม

    ด้านแข้งตัวหลักๆ ไม่ว่าจะเป็น พาทริก แบมฟอร์ด ดาวยิงเลือดผู้ดีดาวซัลโวประจำทีม รวมไปถึง อัลลัน เมสลิเย่ร์, สจ๊วร์ต ดัลลัส, ลุค อายลิ่ง, เลียม คูเปอร์, เอซกาน อลิโอสกี้, คาลวิน ฟิลลิปส์, ราฟินญ่า, โรดริโก้ โมเรโน่, มาเตอุสซ์ คลิช, แจ็ค แฮร์ริสัน ก็พร้อมลงสนามเช่นเดิมในเกมนี้

    คาดว่าจะมาในระบบ 4-1-4-1 โดยมี อัลลัน เมสลิเย่ร์ ยืนเฝ้าเสา คู่เซ็นเตอร์เป็น ลุค อายลิ่ง กับ เลียม คูเปอร์ แบ็กซ้ายใช้ เอซกาน อลิโอสกี้ แบ็กขวาใช้ สจ๊วร์ต ดัลลัส กองกลางตัวรับเป็น คาลวิน ฟิลลิปส์ 



ติดตามข่าวเพิ่มเติม >>  http://maligue1.com/ | http://gpfgoyang.com/